เกี่ยวกับ AIT

สารจากประธานกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ช่วงไตรมาสที่ 1และ 2 ปี 2564 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ทั่วโลกยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและนำไปสู่ความปกติใหม่ (New Normal) ทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก บทเรียนสำคัญในปี 2563 ทำให้บริษัทฯสามารถเรียนรู้จากผลกระทบดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากแบบดั้งเดิมเป็นลักษณะทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) แบบ 100% ส่งผลให้มีการพัฒนาระบบต่างๆภายในองค์กรมากขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกการสื่อสารเชื่อมต่อระหว่างกัน การประเมินความเสี่ยงให้รอบด้านมากขึ้น รวมถึงแนวทางปฎิบัติใหม่ๆสำหรับลูกค้าเพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ อันเนื่องจากการที่ไม่สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่ได้ สิ่งเหล่านี้บริษัทได้เรียนรู้และปรับตัวกับมันได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี2564 เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1) การทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น 2) ผลของอุปสงค์คงค้างจากช่วงก่อนหน้า และ 3) มาตรการภาครัฐที่ยังช่วยพยุงกำลังซื้ออย่างต่อเนื่องซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่ามกลางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 ซึ่งถือว่ามีความเข้มงวดน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับต้นปี 2563 บริษัทก็ยังสามารถทำรายได้ถึง 7,035 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 6,500 ล้านบาท ในขณะเดียวกันก็ทุบสถิตกำไรสุทธิถึง 527 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นการทำกำไรสุทธิที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เหตุผลหลักๆมาจากงบประมาณรายจ่ายภาครัฐได้ขยายตัวต่อเนื่องเพื่อพยุงเศรษฐกิจในภาพรวมจากผลกระทบจากแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จึงทำให้จำนวนโครงการสำหรับการประมูลแข่งขันในตลาดไม่ได้ลดลง ซึ่งบริษัทฯ เองก็สามารถประมูลได้รับงานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการในปี 2564 นี้

แม้ว่าในระยะ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ธุรกิจรับเหมาวางระบบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะมีการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูงมาตลอด แต่ด้วยความร่วมมือจากที่ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับร่วมกันกำหนดเป้าหมายร่วมกันและร่วมบริหารจัดการภายในองค์กร โดยมุ่งเน้น 3 เรื่องหลักเป็นสำคัญอันได้แก่ การเน้นลูกค้า การเน้นประสิทธิภาพ และการเน้นกำไร ส่งผลให้ในปี 2564 บริษัทสามารถทำอัตรากำไรสุทธิได้ถึงร้อยละ 7.49 ซึ่งถือว่าเกินจากเป้าหมายทั้งปีที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 7.00 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.86 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 ที่ทำได้ร้อยละ 5.86 นับเป็นความภาคภูมิใจสำคัญของบริษัทอีกปีหนึ่ง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีมุมมองที่ค่อนข้างเป็นบวกสำหรับโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มรับเหมาวางระบบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่จะสามารถเติบโตได้ดีจากความต้องการใช้เทคโนโลยีในองค์กรต่างๆเพื่อรองรับการทำงานกับคู่ค้าทางออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งการแข่งขันในภาคธุรกิจที่สูงกระตุ้นให้หลายองค์กรเร่งปรับเปลี่ยนในลักษณะ Digital Transformation และ Business Transformation มากขึ้น ซึ่งรวมถึงโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่นำเทคโนโลยี 4G/5G และ Big Data Analytic เป็นตัวช่วยในการต่อยอดด้วย

ในปี 2565 ฝ่ายบริหารและพนักงานสัญญาว่าจะไม่หยุดก้าวไปข้างหน้า แต่จะยังคงตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างผลกำไรสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะมุ่งเน้นการขายที่ก่อให้เกิดกำไรสูงสุด พัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด พัฒนาคน ระบบงาน และพัฒนาการปฎิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงปรับองค์กรเพื่อรองรับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัท Professional ICT Solution Provider ชั้นนำของประเทศที่เติบโตอย่างมั่นคง

ท้ายที่สุดในนามของคณะกรรมการบริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางการค้า สถาบันทางการเงิน ผู้บริหารและพนักงาน รวมทั้งบุคคลที่มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ที่ได้ให้การสนับสนุนและไว้วางใจบริษัทฯ จนทำให้บริษัทได้สร้างผลประกอบการที่ดีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดไปด้วยการสนับสนุนของท่านทั้งหลายในอนาคตจากนี้ต่อไป

นายธนา ไชยประสิทธ์

ประธานกรรมการ

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์

ประธานคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่